IDBThai-white
Home » Strategy  »  Digital Maturity Model คืออะไร และธุรกิจไทยอยู่ระดับไหนในยุคดิจิทัล

Digital Maturity Model คืออะไร และธุรกิจไทยอยู่ระดับไหนในยุคดิจิทัล

Digital Maturity Model

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มพูดถึงคำว่า Digital Transformation กันมากขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ “องค์กรของเราอยู่จุดไหนของการเปลี่ยนผ่านนี้แล้ว?” การจะตอบคำถามนี้ได้ จำเป็นต้องมีกรอบคิดที่ชัดเจน ซึ่งนั่นคือที่มาของ Digital Maturity Model

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า Digital Maturity Model คืออะไร มีกี่ระดับ แต่ละระดับสะท้อนอะไรเกี่ยวกับองค์กร และธุรกิจไทยส่วนใหญ่อยู่ตรงไหนในโมเดลนี้


Digital Maturity Model คืออะไร

Digital Maturity Model คือกรอบการประเมินระดับความพร้อมความสามารถด้านดิจิทัลขององค์กร ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นที่ยังใช้ระบบดั้งเดิมเป็นหลัก ไปจนถึงระดับที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นแกนกลางของธุรกิจ

โมเดลนี้ช่วยให้องค์กร:

  • เห็นภาพรวมสถานะของตนเอง
  • รู้ว่าควรพัฒนาอะไรต่อ
  • ไม่ลงทุนด้านดิจิทัลแบบกระจัดกระจายหรือผิดลำดับ
Digital Maturity Model 5 ระดับ

ระดับของ Digital Maturity Model โดยทั่วไป แม้แต่ละสำนักจะใช้ชื่อเรียกต่างกัน

โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 5 ระดับหลัก

  1. Initial (เริ่มต้น)

ใช้ระบบ Manual หรือ Offline เป็นหลัก เทคโนโลยียังไม่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินใจ

  1. Emerging (เริ่มนำดิจิทัลมาใช้)

เริ่มใช้ซอฟต์แวร์บางส่วน เช่น ERP, CRM, หรือ Social Media ยังเป็นลักษณะทดลองและกระจัดกระจาย ไม่มีภาพรวมเชิงกลยุทธ์

  1. Defined (มีโครงสร้างชัดเจน)

มีแผน Digital Strategy มีระบบหลักเชื่อมโยงกันระดับหนึ่ง ใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจบางส่วน

  1. Managed (บริหารด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี)

ใช้ Data Analytics อย่างจริงจัง กระบวนการทำงานหลายส่วนเป็นอัตโนมัติลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบ Omni-channel

  1. Optimized (ดิจิทัลเป็นแกนกลาง)

ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นหลัก มีการใช้ AI, Automation, Personalization อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับตัวได้รวดเร็วตามตลาด


ธุรกิจไทยส่วนใหญ่อยู่ระดับไหน

จากภาพรวมของตลาดไทยในปัจจุบัน สามารถประเมินได้ว่า:

- SME ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 1–2
คือเริ่มใช้เทคโนโลยีบ้างแล้ว เช่น ใช้ Facebook, Line OA, โปรแกรมบัญชี แต่ยังไม่มีโครงสร้างดิจิทัลที่เชื่อมโยงกัน

- องค์กรขนาดกลางอยู่ระดับ 2–3
เริ่มมีระบบ ERP, CRM และมีแผน Digital Transformation แต่ยังไม่สามารถใช้ข้อมูลได้เต็มที่

- องค์กรขนาดใหญ่และองค์กรข้ามชาติอยู่ระดับ 3–4
มีการใช้ Data, Automation และ Digital Platform อย่างจริงจัง แต่ยังมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร

- ระดับ 5 ยังมีค่อนข้างน้อยในประเทศไทย มักพบในบริษัทเทคโนโลยีหรือสตาร์ทอัพบางกลุ่มเท่านั้น


ทำไม Digital Maturity สำคัญ

การรู้ระดับของตัวเองช่วยให้องค์กร:

  • ไม่ลงทุนผิดลำดับ (เช่น ซื้อ AI ทั้งที่ข้อมูลยังไม่พร้อม)
  • วาง Roadmap ได้เหมาะสมกับบริบท
  • ลดความเสี่ยงจากโครงการดิจิทัลที่ล้มเหลว

Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ กลยุทธ์ คน กระบวนการ และข้อมูล ที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน

ใครควรใช้ Digital Maturity Model

  • ผู้บริหารที่ต้องวางกลยุทธ์ระยะยาว
  • ทีม Transformation / IT / Innovation
  • องค์กรที่กำลังจะลงทุนด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่
  • SME ที่อยากรู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน

สรุป

Digital Maturity Model เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจตำแหน่งของตนเองบนเส้นทางดิจิทัล ธุรกิจไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเริ่มต้นถึงกลาง ซึ่งยังมีโอกาสพัฒนาอีกมาก การเริ่มต้นจากการประเมินตัวเองอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นและมั่นคงขึ้นในยุคดิจิทัล